คู่มือแก้ปัญหา Riot Vanguard และตั้งค่ากราฟิก VALORANT บน PC: วิธีแก้โค้ด VAN 9001 / VAN 9003 (TPM 2.0 & Secure Boot) พร้อมสูตรลด Input Lag
เจาะลึกวิธีแก้ปัญหาทางเทคนิคของ Riot Vanguard ใน VALORANT บน PC ตามเอกสารทางการของ Riot Support: ขั้นตอนตรวจสอบและเปิดใช้งาน TPM 2.0 (VAN 9001) และ UEFI Secure Boot (VAN 9003) บนเมนบอร์ด Intel และ AMD พร้อมสูตรตั้งค่ากราฟิกลดความหน่วง Input Latency ด้วย NVIDIA Reflex และ Raw Input Buffer
ภาพรวมข้อกำหนดความปลอดภัยของ Riot Vanguard บน PC และ Windows 11
สำหรับผู้เล่นเกม VALORANT บนระบบปฏิบัติการ Windows โดยเฉพาะ Windows 11 ระบบป้องกันการโกง Riot Vanguard ได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์เพื่อป้องกันการแทรกแซงหน่วยความจำระดับเคอร์เนล (Kernel-level) โดยผู้เล่นจำเป็นต้องเปิดใช้งานฟังก์ชัน TPM 2.0 (Trusted Platform Module) และ UEFI Secure Boot บนเมนบอร์ด มิฉะนั้นตัวเกมจะไม่สามารถเริ่มต้นระบบได้และจะแสดงโค้ดข้อผิดพลาดออกมาขัดขวางการเข้าเล่น
คู่มือนี้สรุปขั้นตอนการตรวจเช็กและแก้ไขโค้ดข้อผิดพลาดหลัก ได้แก่ VAN 9001, VAN 9003 และ VAN 1067 ตามคู่มือฝ่ายช่วยเหลือทางการของ Riot Games Support ควบคู่กับสูตรการตั้งค่ากราฟิกในเกมเพื่อลดความหน่วงสัญญาณ (Input Latency) และเพิ่มความนิ่งของเฟรมเรตบนเครื่อง PC
1. วิธีตรวจเช็กสถานะระบบบน Windows ก่อนเข้า BIOS
ก่อนที่จะรีสตาร์ตเครื่องเข้าสู่หน้า BIOS/UEFI ผู้เล่นสามารถตรวจสอบสถานะการทำงานปัจจุบันของ Windows 10/11 ได้ทันทีด้วยเครื่องมือในตัวเครื่อง:
ตรวจสอบสถานะ Secure Boot
- กดปุ่มคีย์ลัด Windows + R เพื่อเปิดหน้าต่าง Run
- พิมพ์คำสั่ง
msinfo32แล้วกด Enter - ในหน้าต่าง System Summary ให้สังเกต 2 จุดสำคัญ:
- BIOS Mode: ต้องแสดงสถานะเป็น UEFI (หากเป็น Legacy แสดงว่าดิสก์ยังเป็น MBR และไม่รองรับ Secure Boot)
- Secure Boot State: ต้องแสดงสถานะเป็น On
ตรวจสอบสถานะ TPM 2.0
- กดปุ่ม Windows + R อีกครั้ง
- พิมพ์คำสั่ง
tpm.mscแล้วกด Enter - ตรวจสอบที่หัวข้อ Status ต้องขึ้นว่า "The TPM is ready for use"
- ตรวจสอบที่หัวข้อ TPM Manufacturer Information ในส่วน Specification Version ต้องแสดงตัวเลขเป็น 2.0
2. ขั้นตอนการตั้งค่า BIOS/UEFI เพื่อแก้โค้ด VAN 9001 (TPM 2.0)
ข้อผิดพลาด VAN 9001 หมายถึงระบบตรวจไม่พบการเปิดใช้งานโมดูล TPM 2.0 ซึ่งในซีพียูยุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องซื้อชิปเสริมแยก แต่สามารถเปิดใช้งานเฟิร์มแวร์ TPM ผ่าน BIOS ได้ทันที:
- เข้าสู่หน้า BIOS: รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ และกดปุ่ม Delete หรือ F2 (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อเมนบอร์ด เช่น ASUS, MSI, Gigabyte, ASRock) รัวๆ ขณะหน้าจอแสดงโลโก้เมนบอร์ด
- สลับไปโหมด Advanced: กดปุ่ม F7 หรือคลิกเลือก Advanced Mode เพื่อเข้าถึงการตั้งค่าขั้นสูง
- เปิดใช้งานชิปความปลอดภัยตามประเภทซีพียู:
- สำหรับซีพียู Intel: ไปที่หมวด Advanced หรือ Security > Trusted Computing มองหาหัวข้อ Intel PTT (Platform Trust Technology) หรือ Intel Platform Trust Technology แล้วเปลี่ยนสถานะเป็น Enabled
- สำหรับซีพียู AMD: ไปที่หมวด Advanced หรือ CPU Configuration มองหาหัวข้อ AMD fTPM switch, AMD PSP fTPM หรือ Firmware TPM แล้วเปลี่ยนสถานะเป็น Enabled
- บันทึกและรีสตาร์ตโดยกดปุ่ม F10 (Save & Exit)
3. ขั้นตอนการตั้งค่า BIOS/UEFI เพื่อแก้โค้ด VAN 9003 (Secure Boot)
ข้อผิดพลาด VAN 9003 เกิดจากฟังก์ชัน Secure Boot ถูกปิดไว้ หรือเมนบอร์ดรันอยู่ในโหมดดั้งเดิม (CSM/Legacy):
- เข้าสู่หน้า BIOS (กด Delete หรือ F2 ขณะเปิดเครื่อง)
- ไปที่แท็บ Boot หรือ Security
- ปิดการทำงานของ CSM: มองหาหัวข้อ CSM (Compatibility Support Module) แล้วเปลี่ยนเป็น Disabled (หาก CSM เปิดอยู่ ตัวเลือก Secure Boot มักจะถูกล็อกไม่ให้ปรับ)
- เปิดใช้งาน Secure Boot:
- ในหมวด Secure Boot ปรับให้เป็น Enabled
- ตรวจสอบหัวข้อ Secure Boot Mode หรือ OS Type ให้เลือกเป็น Standard หรือ Windows UEFI Mode
- หากระบบแจ้งเตือนเรื่อง Platform Keys ให้เลือก Reset to Setup Mode หรือ Restore Factory Keys จากนั้นบันทึกการตั้งค่าด้วยการกด F10 (Save & Exit) แล้วบูตเข้าสู่วินโดวส์ตามปกติ
4. วิธีแก้ปัญหาโค้ด VAN 1067 และการตั้งค่าเซอร์วิส VGC
โค้ด VAN 1067 บ่งชี้ว่าตัวโปรแกรมเบื้องหลัง VGC (Vanguard Service) หยุดทำงานหรือไม่สามารถเริ่มระบบได้ตามปกติเมื่อวินโดวส์บูต:
- กดปุ่ม Windows + R พิมพ์
services.mscแล้วกด Enter - เลื่อนหาเซอร์วิสชื่อ vgc ในรายการ
- ดับเบิลคลิกหรือคลิกขวาเลือก Properties
- ในช่อง Startup type ให้เปลี่ยนจาก Manual เป็น Automatic
- ในหัวข้อ Service status หากขึ้น Stopped ให้กดปุ่ม Start เพื่อให้เซอร์วิสรันทันที
- กดปุ่ม Apply และ OK จากนั้นรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ 1 รอบก่อนเปิดเกม VALORANT
5. สูตรปรับแต่งการตั้งค่ากราฟิกและลดความหน่วง Input Lag ในเกม
ในการแข่งขันระดับแท็กติคอลชู้ตเตอร์ ความแม่นยำและการตอบสนองต่อการคลิกยิงมีความสำคัญสูงสุด การตั้งค่ากราฟิกใน VALORANT ควรปรับแต่งตามคำแนะนำของ Riot Games ดังนี้:
ฟังก์ชันลด Input Latency ในหมวด General & Video
- Raw Input Buffer (เปิด On): ตัวเลือกนี้ช่วยข้ามผ่านระบบจัดการอินพุตของ Windows และให้อ่านค่าจากเซนเซอร์เมาส์โดยตรง ช่วยลดภาระของ CPU และตัดปัญหาอาการสะดุด (Micro-stutter) สำหรับเมาส์ที่มี Polling Rate สูงระดับ 1000Hz ถึง 8000Hz
- NVIDIA Reflex Low Latency (เลือก On + Boost): สำหรับผู้ใช้การ์ดจอ NVIDIA ฟังก์ชันนี้จะกำจัดคิวการเรนเดอร์ (Render Queue) ในไดรเวอร์และสั่งให้การ์ดจอคงคล็อกสปีดไว้ ช่วยลด System Latency ระหว่างการคลิกกับการแสดงผลกระสุนบนจอได้อย่างชัดเจน
- V-Sync (ปิด Off): ต้องปิดการใช้งาน Vertical Sync เสมอ เพราะ V-Sync จะกักเก็บเฟรมไว้จนทำให้เกิด Input Lag สูงมาก
การปรับคุณภาพกราฟิกเพื่อเฟรมเรตนิ่งและทัศนวิสัยชัดเจน (Graphics Quality)
- Material Quality: Low (ลดรายละเอียดที่ไม่จำเป็น ช่วยให้มองเห็นตัวละครศัตรูง่ายขึ้น)
- Texture Quality: Low หรือ Medium (ตามขนาด VRAM ของการ์ดจอ)
- Detail Quality: Low (ตัดเศษฝุ่นและเอฟเฟกต์ฉากที่บดบังเป้าหมาย)
- UI Quality: Low หรือ Medium
- Vignette: Off (ปิดเงาดำรอบขอบจอเพื่อการมองเห็นที่กว้างและชัดเจน)
- Anti-Aliasing: เลือก MSAA 2x หรือ MSAA 4x (ไม่แนะนำ FXAA เพราะทำให้ภาพเบลอ การใช้ MSAA ช่วยให้ขอบตัวละครคมชัด เล็งยิงหัวได้ง่ายขึ้น)
- Anisotropic Filtering: 1x หรือ 2x
- Improve Clarity: Off (หรือเปิด On เฉพาะเมื่อรู้สึกว่าตัวละครกลืนกับฉาก)
- Bloom, Distortion, Cast Shadows: Off ทั้งหมด เพื่อความสะอาดตาในการมองเห็น
6. การตั้งค่าระบบ Windows เพื่อตัดปัญหาเฟรมดรอป (Stuttering)
- เปิด Game Mode ใน Windows: ไปที่ Settings > Gaming > Game Mode แล้วเปิดใช้งาน เพื่อให้ระบบปฏิบัติการล็อกการประมวลผลของ CPU และ GPU ให้กับตัวเกมเป็นอันดับสูงสุด
- เปิด Hardware-Accelerated GPU Scheduling (HAGS): ไปที่ Settings > Display > Graphics > Change default graphics settings แล้วเปิดใช้งาน HAGS ช่วยลดภาระการสื่อสารระหว่างไดรเวอร์กับการ์ดจอ
- ปิด Xbox Game Bar Background Capture: เพื่อไม่ให้ระบบบันทึกวิดีโอย้อนหลังลงดิสก์ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการเฟรมดรอปชั่วขณะ
ผู้เล่นสามารถตรวจสอบรายละเอียดรหัสข้อผิดพลาดและดาวน์โหลดตัวติดตั้ง Vanguard ตัวล่าสุดได้ทาง ฝ่ายช่วยเหลือทางการของ Riot Games