ภาพรวมโครงสร้างการแข่งขันระดับนานาชาติของ VALORANT Champions Tour (VCT)

ในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติของ VALORANT Champions Tour (VCT) ที่จัดขึ้นโดย Riot Games เช่น รายการระดับ Masters และศึกชิงแชมป์โลก VALORANT Champions โครงสร้างการแข่งขันถูกออกแบบขึ้นเพื่อทดสอบความนิ่ง แท็กติก และความลึกของแผนที่ (Map Pool) ของแต่ละทีมอย่างเข้มข้น โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ช่วงหลัก ได้แก่ รอบแบ่งกลุ่ม (Group Stage) และ รอบเพลย์ออฟ (Playoffs) เพื่อคัดกรองตัวแทนจากลีกระดับนานาชาติทั้ง 4 ภูมิภาค (Americas, EMEA, Pacific และ China)

คู่มือนี้สรุปกฎ กติกา โครงสร้างการจับคู่ ขั้นตอนการเลือกแบนแผนที่ (Map Veto) และระบบ Overtime ตามเอกสารระเบียบการแข่งขันทางการของ VALORANT Esports เพื่อให้แฟนเกมและผู้ชมชาวไทยเข้าใจการขับเคี่ยวบนเวทีระดับโลกได้อย่างถูกต้อง


รอบแบ่งกลุ่ม: ระบบ GSL Group (Dual Tournament Format)

ในรอบ Group Stage มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ภายใต้กฎการป้องกันภูมิภาค (Regional Protection) โดยแต่ละกลุ่มจะมีตัวแทนจากแต่ละลีกภูมิภาคไม่ซ้ำกัน แข่งขันแบบชนะ 2 ใน 3 เกม (Best-of-3 หรือ Bo3) ทุกคู่ ภายใต้หลักการสำคัญสองข้อ:

  1. ชนะครบ 2 แมตช์ = ผ่านเข้าสู่รอบ Playoffs ทันที
  2. แพ้ครบ 2 แมตช์ = ตกรอบจากการแข่งขันทันที

การแข่งขันในแต่ละกลุ่มแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนตามลำดับผลงาน ดังนี้:

1. นัดเปิดสนาม (Opening Matches)

  • ทั้ง 4 ทีมในกลุ่มถูกจับคู่ประกบคู่จำนวน 2 แมตช์ตามลำดับ Seed (คู่ที่หนึ่ง: Seed 1 พบกับ Seed 4, คู่ที่สอง: Seed 2 พบกับ Seed 3)
  • ผู้ชนะ 2 ทีมจะขยับสถิติเป็น 1-0 ส่วนผู้แพ้ 2 ทีมจะตกไปอยู่ที่ 0-1

2. แมตช์สายบน (Winners' Match)

  • ผู้ชนะจากนัดเปิดสนามทั้งสองทีมจะโคจรมาเจอกันเอง (สถิติ 1-0 พบ 1-0)
  • ผู้ชนะแมตช์นี้จะทำสถิติเป็น 2-0 และคว้าตั๋วผ่านเข้ารอบ Playoffs ทันทีในฐานะอันดับ 1 ของกลุ่ม (1st Seed)
  • ส่วนผู้แพ้ในแมตช์นี้ (สถิติ 1-1) จะยังไม่ตกรอบ แต่ตกลงไปรอแข่งขันในรอบชี้ชะตา Decider Match

3. แมตช์หนีการตกรอบ (Elimination Match)

  • ผู้แพ้จากนัดเปิดสนามทั้งสองทีมจะพบกันเอง (สถิติ 0-1 พบ 0-1)
  • ผู้ชนะในแมตช์นี้ (สถิติ 1-1) จะได้สิทธิ์ไปแก้ตัวต่อในรอบ Decider Match
  • ผู้แพ้ในแมตช์นี้จะจบสถิติที่ 0-2 และตกรอบจากทัวร์นาเมนต์ทันที

4. แมตช์ตัดสินตั๋วใบสุดท้าย (Decider Match)

  • ผู้แพ้จาก Winners' Match จะต้องลงแข่งขันกับผู้ชนะจาก Elimination Match (สถิติ 1-1 เจอกันเอง)
  • ผู้ชนะแมตช์นี้ (สถิติ 2-1) จะคว้าตั๋วใบสุดท้ายในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม (2nd Seed) เข้าสู่รอบ Playoffs
  • ผู้แพ้แมตช์นี้ (สถิติ 1-2) ต้องยุติเส้นทางในทัวร์นาเมนต์

รอบเพลย์ออฟ: ระบบ Double Elimination (สายบนและสายล่าง)

เมื่อได้ 8 ทีมสุดท้ายที่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มเข้ามา จะเข้าสู่รอบ Knockout Stage ซึ่งแข่งขันด้วยระบบ Double Elimination (แพ้ 2 ครั้งจึงจะตกรอบอย่างสมบูรณ์):

  • สายบน (Upper Bracket): ทีมที่ชนะจะเดินหน้าต่อไปในสายบนจนถึงรอบ Upper Final โดยทีมในสายบนจะมี "ชีวิตสำรอง" หากพลาดแพ้หนึ่งครั้งจะยังไม่ตกรอบ แต่จะตกลงไปแข่งขันต่อในสายล่าง
  • สายล่าง (Lower Bracket): เป็นโซนอันตรายที่ไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกต่อไป (One loss puts you on the edge, two losses send you home) ทีมใดที่แพ้ในสายล่างจะถูกคัดออกจากการแข่งขันทันที
  • รอบตัดสิน (Lower Final & Grand Final): แมตช์ในรอบทั่วไปจะแข่งขันแบบ Bo3 ส่วนรอบชิงชนะเลิศสายล่าง (Lower Final) และรอบชิงชนะเลิศแกรนด์ไฟนอล (Grand Final) จะยกระดับเป็นระบบชนะ 3 ใน 5 เกม (Best-of-5 หรือ Bo5)
  • ความได้เปรียบของทีมแชมป์สายบน (Upper Bracket Advantage): ทีมที่ผ่านเข้าสู่ Grand Final จากสายบนโดยไม่เคยปราชัย จะได้รับสิทธิ์ความได้เปรียบในการเลือกแบนแผนที่ (เช่น ได้สิทธิ์แบนแผนที่ออกก่อน 2 แผนที่ในระบบ Bo5) เพื่อชดเชยการที่ไม่มีโอกาสแก้ตัวในสายล่าง

ขั้นตอนการเลือกและแบนแผนที่ (Map Veto Rules)

Riot Games กำหนด Map Pool มาตรฐานสำหรับการแข่งขันไว้ที่ 7 แผนที่ ในแต่ละทัวร์นาเมนต์ โดยมีขั้นตอนการเลือกและแบน (Pick & Ban) ผ่านระบบทางการดังนี้:

กติกาการ Veto ในซีรีส์ Best-of-3 (Bo3)

การกำหนดทีม A และทีม B อิงตามลำดับ Seed หรือการจับสลาก (Coin Toss):

  1. ทีม A แบน 1 แผนที่ (เหลือ 6 แผนที่)
  2. ทีม B แบน 1 แผนที่ (เหลือ 5 แผนที่)
  3. ทีม A เลือกแผนที่ที่ 1 (Map 1) โดย ทีม B จะเป็นฝ่ายเลือกฝั่งเริ่มต้น (โจมตี Attack หรือ ป้องกัน Defense)
  4. ทีม B เลือกแผนที่ที่ 2 (Map 2) โดย ทีม A จะเป็นฝ่ายเลือกฝั่งเริ่มต้น (Attack หรือ Defense)
  5. ทีม A แบน 1 แผนที่ (เหลือ 2 แผนที่)
  6. ทีม B แบน 1 แผนที่ (เหลือ 1 แผนที่)
  7. แผนที่ตัดสิน (Decider Map 3): คือแผนที่เดียวที่เหลืออยู่ โดยสิทธิ์การเลือกฝั่งจะขึ้นอยู่กับระเบียบการแข่งขัน (มักให้สิทธิ์ทีมที่มี Seed สูงกว่า หรือผลงานรอบแบ่งกลุ่มที่ดีกว่า)

กติกาการ Veto ในซีรีส์ Best-of-5 (Bo5)

ในรอบชิงชนะเลิศที่ต้องแข่งขันแบบยาวนาน:

  1. ทีมที่ได้สิทธิ์ Upper Bracket Advantage จะได้สิทธิ์แบน 2 แผนที่ออกก่อน ส่งผลให้เหลือ 5 แผนที่ที่จะถูกนำมาแข่งขันตามลำดับจนจบซีรีส์
  2. ทั้งสองทีมจะสลับกันเลือกแผนที่แข่งขัน (Map 1 ถึง Map 4) โดยทีมตรงข้ามจะเป็นฝ่ายเลือกฝั่งในแต่ละแผนที่
  3. แผนที่ที่ 5 จะเป็นแผนที่ตัดสิน (Decider Map) โดยสิทธิ์เลือกฝั่งเป็นของทีม Upper Seed

กฎ Overtime: Win by Two และการรีเซ็ตระบบเศรษฐกิจ

หากการแข่งขันในแผนที่ใดจบลงด้วยผลเสมอกัน 12-12 ในเวลาปกติ (Regulation) ตัวเกมจะเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ (Overtime) ทันทีตามกฎระเบียบสากล:

  1. กติกาชนะห่าง 2 รอบ (Win by Two):
    • ทีมใดจะคว้าชัยชนะในแผนที่นั้นได้ ต้องทำคะแนนนำห่างคู่แข่งอย่างน้อย 2 รอบ เสมอ (เช่น 14-12, 15-13, 16-14)
    • ในการแข่งขันทางการของ VCT จะไม่มีการโหวตผลเสมอ (No Draw) การแข่งขันจะดำเนินต่อเนื่องจนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะขาด 2 รอบ
  2. การสลับฝั่งทุกคู่รอบ (Alternating Sides):
    • ใน Overtime จะแข่งขันเป็นชุดละ 2 รอบ โดยรอบแรกทีมหนึ่งเล่นฝั่งบุกและอีกทีมเล่นฝั่งรับ พอจบรอบ ทั้งสองทีมจะสลับฝั่งทันทีในรอบถัดไป
  3. การรีเซ็ตเงินและแต้มอัลติเมต (Economy & Ultimate Points):
    • ทุกรอบใน Overtime ผู้เล่นทุกคนจะได้รับการรีเซ็ตเงินคงเหลือเป็น 5,000 เครดิต (Creds) เท่ากันทุกคน เพื่อการันตีว่าสามารถซื้อปืนหลักอย่าง Vandal หรือ Phantom, เกราะหนัก (Heavy Shield) และสกิลได้ครบถ้วน
    • แต้มอัลติเมต (Ultimate Points) จะถูกกำหนดไว้ที่ขาดอีก 4 แต้มจึงจะเต็ม ทำให้ผู้เล่นไม่สามารถใช้อัลติเมตได้ตั้งแต่ต้นรอบ แต่ต้องเก็บ Orb หรือสังหารศัตรูเพื่อสะสมแต้ม

ระเบียบการขอเวลานอก (Timeouts)

  • เวลานอกทางแท็กติก (Tactical Timeout): แต่ละทีมมีสิทธิ์ขอเวลานอกทางยุทธวิธีได้ 2 ครั้งต่อ 1 แผนที่ (ครั้งละ 60 วินาที) โดยต้องกดขอในช่วงระยะเวลาซื้อของ (Buy Phase) เพื่อให้โค้ชเข้ามาสื่อสาร ปรับแท็กติกแก้เกม หรือเบรกโมเมนตัมของคู่แข่ง
  • เวลานอกทางเทคนิค (Technical Pause): อนุญาตให้หยุดการแข่งขันได้เฉพาะกรณีที่เกิดปัญหาด้านอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ หรือเครือข่ายเท่านั้น โดยระหว่าง Technical Pause ผู้เล่นและโค้ชห้ามสื่อสารเรื่องแท็กติกการเล่นอย่างเด็ดขาด

แฟนอีสปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามตารางการแข่งขัน ผลการประกบคู่ และระเบียบการแข่งขันฉบับเต็มอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ VALORANT Esports